เริ่มเบื้องต้นกับ Node.js

node.js

เริ่มเบื้องต้นกับ Node.js

Node.js ชื่อนี้ในช่วงหลังๆมักจะได้ยินกันบ่อยๆ node.js นั้นเป็นสิ่งใหม่ที่ถ้า google นั้นคิดค้นซึ่งมันจะทำงานได้นี้ใน chrome นั้นเองซึ่งประโยชน์ของ node.js นั้นส่วนมากเว็บหรือระบบใหญ่จะนำมาประยุกต์ใช้กับ application พวก real time ที่จะมีการตอบสนองทันที ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น หรือที่เรียกว่า event-driven ซึ่งเจ้า node.js นั้นจะรันโดยอาศัย V8 JavaScript Engine เป็นตัวหลักและการพัฒนา node.js นั้นจะใช้ javascript แบบ server-side มันคงแปลกดีที่ภาษาที่เคยเป็น client – side มานาน อยู่ๆสามารถมาเป็น server – side เอาละที่นี้เรามาลองกันเลย

สำหรับผมแล้ว node.js ที่ผมลองนั้นจะเป็น version window เพราะผมไม่ได้ใช้ os ตระกูลอื่นซะเท่าไรซึ่งมันก็ support หลาย os นั้นแหละ เริ่มแรกก็ไป download ตัว install สำหรับ window ได้ที่ node.js เมื่อโหลดเสร็จก็ทำการติดตั้งได้เลย

node.js

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็ให้ทำการเขียนโค้ดตัวอย่างเริ่มต้นกันเลยโดยเขียนโค้ดดังนี้

[sourcecode language=”js”]

var http = require(‘http’);
http.createServer(function (req, res) {
res.writeHead(200, {‘Content-Type’: ‘text/plain’});
res.end(‘Thaicoding\n’);
}).listen(6510, ‘127.0.0.1’);
console.log(‘Server running at http://127.0.0.1:6510/’);

[/sourcecode]

เมื่อเขียนโค้ดนี้เสร็จแล้วก็ทำการเซฟไว้ที่เราต้องการ ส่วนของผมนั้นเซฟไว้ที่ D:/testnode

node.js

จากนั้นก็เปิด command line ขึ้นมาแล้วลองพิมพ์คำสั่ง node –version ถ้าติดตั้งไม่มีปัญหาก็จะขึ้น version ให้เห็นจากนั้นก็ cd ไปยัง directory ที่เราทำการเซฟโค้ดไว้ แล้วทำการรันโดยใช้คำสั่ง node ตามด้วยชื่อไฟล์ .js

node.js

เมื่อรันแล้วมันจะทำการเปิด port 6510 ตามโค้ดที่เขียนไว้ที่นี้เราก็ลอง เปิด web browser โดยมี url ดังนี้ http://127.0.0.1:6510/

จะได้ดังรูป

node.js

จากโค้ดมันจะทำการเปิด port 6510 โดยมีการประกาศตัวแปร http ซึ่งเป็นตัวแปรของโมดูล http นั้นจะทำการ response กับไปเป็น Content-Type: ‘text/plain สถานะ 200 เพื่อบอกว่าสถานะทำการส่งข้อมูลสำเร็จ โดยใช้คำสั่ง res.writeHead(200, {‘Content-Type’: ‘text/plain’});

และทำการส่งข้อมูล string เป็นคำว่า Thaicoding โดยใช้คำสั่ง res.end(‘Thaicoding\n’); สุดท้ายจะเป็นการบอกว่าให้เจ้าโปรแกรม node ที่เราเขียนขึ้นนั้นเปิด port เพื่อรอรับ request ที่หมายเลข port ใดจากตัวอย่างจะเป็น port 6510 โดยใช้คำสั่ง

.listen(6510, ‘127.0.0.1’); ซึ่ง 127.0.0.1 เป็น ip ของ server ซึ่งก็คือเครื่องเรานั้นเอง จะเห็นว่าการใช้ node.js มันจะเหมือนกับการเขียนโปรแกรมแนว client – server เพื่อรอรับ request จะ user ซึ่งด้วยความที่ตัวมันเบาเหมาะสำหรับทำโปรแกรมแบบ real time ซึ่งในบางครั้งถ้าทำโปรแกรม real time ที่ใช้ server แบบ apache หรือ iis แล้วใช้ภาษาพวก php, asp.net นั้นมันจะเสียเวลาในการแปลงภาษาหรือประมวลผลของ server เลยทำให้ช้า แต่ node.js นั้นด้วยความที่ไม่ตัดตอนบ้างส่วนที่ซับซ้อนของ application server ออกไปเลยทำให้มันทำงานเร็วมากขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับโปรแกรมเฉพาะทางที่ต้องการทำงานที่เร็วมากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *